• บทสัมภาษณ์ผู้ช่วยศาสตราจารย์เอก วัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วันที่ 25 มีนาคม 2536 ใช้ประกอบข้อมูลประกอบการทำวิจัยเรื่อง สภาพปัญหาของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2535

    งานวิจัยสถาบัน : ท่านคิดว่าสภาพปัญหาของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในปีการศึกษา 2535 ที่เป็นปัญหาสำคัญ ๆ มีอะไรบ้าง และมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการอย่างไรในการแก้ไขปัญหา ผู้ช่วยศาสตราจารย์เอก วัฒนา: ถ้าเป็นปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอน ผมคิดว่าปัญหาหลักก็คืออาจารย์ของเราหลายคนเป็นอาจารย์พิเศษ ดังนั้นเวลามาสอนก็ต้องมาสอนในวันเสาร์อาทิตย์ ซึ่งบางครั้งก็มาได้บ้างไม่ได้บ้าง ตัวอย่างเช่น อาจารย์พิเศษของคณะวิศวกรรมศาสตร์บางท่าน ติดธุระมาสอนไม่ได้ตลอด แต่มาสอนเอาช่วงท้าย ๆ ของภาคเรียนซึ่งลักษณะเช่นนี้ นักศึกษาจะต้องเรียนวิชาเดียวกันนี้ติดต่อกันหลายชั่วโมง ซึ่งผมคิดว่าการเรียนไม่ได้ผลเท่าใดในกรณีอย่างนี้ อันนี้จะเป็นปัญหาของนักศึกษาที่เนื่องมาจากอาจารย์ที่มาสอนเป็นอาจารย์พิเศษ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของนักศึกษาที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน อีกอย่างหนึ่ง ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะนักศึกษาปีนี้ทำคะแนนได้ไม่ค่อยดี ในส่วนที่ผมสอน ไม่ทราบเป็นเพราะอะไร อันนี้ก็อยากวิเคราะห์อยู่  ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่ามีความสัมพันธ์กับปัญหาการเรียนการสอน ถึงแม้จะไม่ใช่ปัญหาโดยตรง แต่ก็ประกอบกันขึ้นมาเป็นปัญหาของนักศึกษา คือ ปัญหาเรื่องหอพัก นักศึกษาหลายคนต้องไปพักข้างนอก ที่ไม่ใช่หอนักนักศึกษา ทำให้เสียเวลาในการเดินทางซึ่งไม่สะดวกหลายอย่างแต่ก็ขึ้นอยู่กับว่านักศึกษาคนนั้นที่เขาเลือกเองที่จะไปอยู่หอพักข้างนอก ทั้งที่หอพักเอกชนในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยก็มีสภาพที่ใช้ได้ แล้วก็ไม่แพงเหมือนหอพักข้างนอก นักศึกษาอาจจะเห็นว่ามีความเป็นอิสระหรืออะไรก็แล้วแต่ อันนี้คือปัญหาของนักศึกษา ปัญหาอื่น ๆ ของนักศึกษานั้นก็เหมือนกับปัญหาทั่ว ๆ ไปที่มันเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยผมไม่ได้หมายความว่าเหมือนกับปัญหาทั่ว ๆ ไป แต่หมายความว่า เป็นปัญหาเดียวกันของนักศึกษาทั่วไปในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เช่น การคมนาคมไม่สะดวกเพราะยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นโคลนมีฝุ่นมาก คือผมคิดว่าในปีนี้ (ปีงบประมาณ 2536 ) เมื่องบประมาณได้รับจัดสรรมาแล้วก็คงจะได้รับการแก้ไขลุล่วงไปได้มาก และในปีนี้งบประมาณในการสร้างถนนก็ได้แล้ว ถนนระหว่างอาคารก็กำลังทำ ถนนสาย B* ก็กำลังจะเทคอนกรีตก็คงจะช่วยแก้ปัญหาในด้านนี้ไปได้มาก              ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของนักศึกษาทั่วไป คือเรื่องของไปรษณีย์   เราไม่มีไปรษณีย์ที่อยู่ในมหาวิทยาลัย เราต้องใช้บริการไปรษณีย์จากข้างนอก และเราก็ได้แก้ไขโดยให้นักศึกษา สามารถฝากปรษณีย์ภัณฑ์ได้กับเจ้าหน้าที่ธุรการของสำนักงานอธิการบดี เอาไปส่งไปรับให้ทุกวัน เรื่องไปรษณีย์นี้ เป็นปัญหาที่เราไม่สามารถไปชักจูงให้ทางกรมไปรษณีย์ มาตั้งไปรษณีย์ย่อยหรือสาขาในมหาวิทยาลัยได้ เจ้าหน้าที่จากกรมไปรษณีย์เคยมาสอบถามผมแล้วครั้งหนึ่ง ผมก็ให้ข้อมูลไป แต่ก็ยังไม่ทราบผลในเรื่อง การมาตั้งสาขาไปรษณีย์ในนี้ ตามแนวความคิดของผม ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เราก็ได้พยายามที่จะแก้ไขไปแล้ว แต่ที่เราแก้ไขนั้นแน่นอนเราไม่สามารถแก้ไขได้ทั้ง 100 % ถ้าจะแก้ไขได้หมดก็คือ มหาวิทยาลัยได้มีความสมบูรณ์พร้อม แต่ว่าหลาย ๆ คนทั้งนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัย จะเข้าใจไหมว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่จำเป็นจะต้องมี หรือว่าไม่สามารถแก้ไขได้ ยกตัวอย่างเช่น หอพักนักศึกษา ตามนโยบายของ รัฐบาล รัฐบาลจะให้เงินงบประมาณมาสร้างหอพัก ในมหาวิทยาลัยเพียง 50 % ของนักศึกษาทั้งหมดที่มีในมหาวิทยาลัยเท่านั้น เมื่อมันเกิน…

  • บทสัมภาษณ์ รศ.ดร.พิมล กลกิจ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

    “ประวัติการสร้างสานมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี” วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2537 ท่านเข้ามามีส่วนร่วม หรือมีบทบาทหน้าที่อย่างไรบ้าง ในการดำเนินงานจัดตั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี การเสนอให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา ขึ้นในภาคอีสาน รวมทั้งขยายตัวออกเป็นการจัดตั้งมหาวิทยาลัยออกเป็น 3 แห่ง เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มีความเป็นมาดังนี้ พ.ศ. 2484 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ซึ่งมีรัฐบาลจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการดำริเรื่องการจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. 2500 – 2505 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสำรวจสถานที่ที่เหมาะสมในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือขึ้น เท่าที่จำได้ประกอบด้วยข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสภาการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งมีหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ณ อยุธยา อาจารย์อภัย จันทวิมล  ดร.กำแหง พลางกูร คุณบุญชนะ อัตถากร คุณเกยูร ลิมทอง และคุณเกสิงห์ สุวะตะพันธ์ เป็นต้น คณะกรรมการชุดนี้ ได้สำรวจสถานที่ และได้พิจารณาพื้นที่จัดตั้งมหาวิทยาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นอันดับแรก  อันนี้สำคัญมาก เพราะว่าจังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัดใหญ่ แต่ว่ามีจุดที่ตั้งอยู่ไปทางภาคตะวันออกของอีสาน จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2505 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้สั่งให้ตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดขอนแก่น โดยให้เหตุผลว่าต้องการให้มหาวิทยาลัยที่จะตั้งขึ้น ควรจะมีที่ตั้งในจังหวัดใกล้ศูนย์กลางในเขตภาคอีสาน จึงตกลงตั้งที่จังหวัดขอนแก่น ดังนั้นพื้นที่ที่จังหวัดอุบลราชธานีก็เป็นอันดับรองลงมา เพราะเลือกจังหวัดขอนแก่นแล้ว ในส่วนของคณะกรรมการที่เราได้พิจารณาเลือกจังหวัดอุบลราชธานี  เนื่องจากเราเห็นว่าเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำและไฟฟ้าสะดวกกว่าจังหวัดขอนแก่นมาก เราเห็นแล้วเราก็ชอบ มีแก่งสะพือ มีแม่น้ำมูลมี  การสำรวจพื้นที่จัดตั้งมหาวิทยาลัย เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้ามาสำรวจพื้นที่แล้ว ได้เสนอให้จัดตั้ง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่ 2  ต่อจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพราะเหตุผลดังต่อไปนี้ 1.จากการเสนอของคณะกรรมการที่ผ่านมาซึ่งเคยเสนอไว้ว่าจังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่ ที่เหมาะสม ประกอบกับข้าราชการ และประชาชน เสนอแนะให้จัดตั้งที่จังหวัดอุบลราชธานี ประชาชน ในที่นี้คือประชาชนที่เรารู้จัก ที่เป็รตัวแทนมาจากประชาชนและเป็นกรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยขอนแก่น 2 ท่าน คือ คุณไสล วรรณพินิจ และคุณอากาศ ไสยสมบัติ อดีตเทศมนตรีอำเภอวารินชำราบ ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ซึ่งขณะนั้นมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการของมหาวิทยาลัยมาจากทุกจังหวัดของภาคอีสาน อันนี้สำคัญมาก ซึ่งต่อปอยากเสนอแนะให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ตั้งคณะกรรมการส่งเสริมกิจการของมหาวิทยาลัยที่อยู่ในเขตอีสานตะวันออก คณะกรรมการของเราก็เอ่ยถึงจังหวัดอุบลราชธานี ว่าเป็นจังหวัดที่เคยดำริที่จะจัดตั้งมาแล้ว  จึงควรจะไปจัดตั้งที่จังหวัดนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีขณะนั้นคือ พลตำรวจตรีวิเชียร ศรีมันตร (ดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2513-2516)…

  • บทสัมภาษณ์ อาจารย์อริยาภรณ์ พงษ์รัตน์ อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2536 ใช้เป็นข้อมูลประกอบการทำวิจัยเรื่อง สภาพปัญหาของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2535 “… อยากให้นักศึกษามีความกระตือรือร้น มีความรับผิดชอบ เพราะเขาเองต้องคำนึงถึงโลกภายนอก ที่เขาจะต้องไปประสบ เมื่อเขาจบออกไปแล้ว”