บทสัมภาษณ์อาจารย์ปราณีต งามเสน่ห์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา (อาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์) วันที่ 18 มีนาคม 2536 ใช้เป็นข้อมูลประกอบการทำวิจัย เรื่อง สภาพปัญหาของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2535
งานวิจัยสถาบัน : ท่านคิดว่าสภาพปัญหาของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2535 ที่เป็นปัญหาสำคัญของนักศึกษามีอะไรบ้าง กรุณาอธิบายและมหาวิทยาลัยควรจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร หรือได้ดำเนินการไปแล้วอย่างไรบ้าง

อาจารย์ปราณีต : สำหรับในปี 2535 นักศึกษาของเรามีปัญหาอยู่หลายหลาก ผมจะชี้แจงแต่ละปัญหาไปเลยตามความสำคัญตามลำดับจากปัญหามากไปน้อย แล้วขณะเดียวกันก็จะเสนอแนวทางการแก้ไขไปเลยว่าเราได้ทำอะไรไปแล้ว และจะทำอะไรบ้าง
- ปัญหาเรื่องการเรียน อันนี้ถ้าเรามองจากปรัชญาการผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัยก็จะเห็นว่าปัญหาเรื่องการเรียนของนักศึกษาเป็นปัญหาที่ค่อนข้างสำคัญก็คงจะมาจากพื้นฐานของนักศึกษาเราที่ว่ามาจากพื้นฐานที่หลากหลาย อาจจะมาจากระดับการศึกษาที่สถาบันการศึกษาต่างกัน ฉะนั้นเวลามาเรียนร่วมกันอาจจะมีบางคนปรับตัวไม่ค่อยทัน อันนี้เป็นปัญหาส่วนตัวของนักศึกษาเองส่วนหนึ่ง แล้วก็อีกส่วนหนึ่งคือมหาวิทยาลัยเองเราเป็นมหาวิทยาลัยใหม่ขาดอุปกรณ์ ขาดตำรา ด้านตำราที่จะให้นักศึกษาค้นคว้ายังไม่เพียงพอและบุคลากรคือ อาจารย์ก็ขาดซึ่งเป็นปัญหาหลักของมหาวิทยาลัยเราขาดมากในเรื่องของอาจารย์ที่จะมาสอนเพราะว่ามหาวิทยาลัยเราอยู่ห่างไกล สวัสดิการต่าง ๆ ก็ยังไม่ดึงดูดอาจารย์ที่จะมาสอน เพราะฉะนั้นอาจารย์ที่มีอยู่ก็เลยยังไม่พอ และที่อยู่ก็รับภาระที่ค่อนข้างจะหนัก การให้การศึกษาแก่นักศึกษาก็ได้ไม่เต็มที่
ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาด้านการเรียนการสอนนี้ มหาวิทยาลัยก็ตระหนักดี ผู้บริหารจึงได้มีนโยบายดึงดูดอาจารย์ที่มีประสบการณ์มีความรู้มาสอน โดยการเสนอทุนเรียนต่อบ้าง หรือว่ามีโครงการสร้างบ้านหรือที่อยู่อาศัยซึ่งท่านอธิการก็ได้กล่าวไปแล้ว ในเรื่องของการหาอาจารย์มาเพิ่มเติม ส่วนอาจารย์บางสาขาก็ได้เชิญอาจารย์จากมหาวิทยาลัยอื่นซึ่งเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญมาสอนพิเศษ นี่เป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการของงบประมาณจัดซื้อ เอกสารห้องสมุดก็ทราบว่าห้องสมุดจัดซื้อเพิ่มเติมอยู่เสมอ ๆ แล้วก็ประสานงานกับห้องสมุดส่วนกลาง และห้องสมุดของมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาคอื่น ๆ โดยทางระบบเครือข่ายทางคอมพิวเตอร์ และการติดต่อประสานงานทางคอมพิวเตอร์นั้นจะช่วยได้ในเรื่องของตำราที่เรายังขาดแคลน
- เรื่องทุนการศึกษา โดยส่วนใหญ่แล้วนักศึกษามหาวิทยาลัยเราค่อนข้างจะมีฐานะเศรษฐกิจทางบ้านไม่ค่อยดี ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายการกระจายโอกาสของมหาวิทยาลัยด้วยว่าเราอยากให้นักศึกษาที่อยู่ในชนบทมีโอกาสได้เรียน ก็ให้โควต้าค่อนข้างสูง ในส่วนนั้นอันนี้ก็เป็นผลดี เพราะโอกาสที่เราให้เขานั้นเราก็หวังว่าเขาจะเอาความรู้ที่รับจากเราไปพัฒนาหรือ up grade สังคมของเขา สถานะภาพทางบ้านเขาให้ดีขึ้น อันนี้ผมคิดว่าไม่ใช่ความผิดพลาดของมหาวิทยาลัย แต่มันก็เป็นปัญหาในตัวของมันเองว่านักศึกษาเหล่านี้ขาดทุนการศึกษา ฐานะเศรษฐกิจทางบ้านที่จะมาสนับสนุนให้เรียนจบหลักสูตรค่อนข้างขัดสนจึงทำให้นักศึกษาบางส่วนเรียนไม่ได้เต็มที่ เพราะปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายมีส่วนกระทบกระเทือนต่อการเรียนของนักศึกษาด้วย
ในแนวทางที่มหาวิทยาลัยดำเนินการก็คือ จัดหาทุนการศึกษาให้นักศึกษา เงินอุดหนุนที่ได้รับจากทางราชการเราได้มาแต่ก็ยังไม่เพียงพอเพราะว่าบรรดานักศึกษาที่ขาดแคลนก็มีอยู่เป็นจำนวนมากทุนที่ให้ในอัตราปัจจุบันโดยเฉลี่ยปีละ 4,000 บาท/ปี/คน ซึ่งถ้าจะมองจำนวนเงินเดี๋ยวนี้ว่า 4,000 บาทต่อทุน ก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากอย่างที่เราคาดนัก เพราะว่าจำนวนค่อนข้างน้อย เอามาใช้ในส่วนที่จำเป็นก็คงได้ไม่นาน แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ เพราะฉะนั้นในจุดนี้คณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนของเราก็มีแนวความคิดว่าทำอย่างไร เราจะเพิ่มจำนวนเงินต่อทุนให้สูงขึ้นได้ เพราะว่าถ้าเราช่วยเขาเราก็อยากจะช่วยให้ถึงที่สุด ให้เขาประสบความสำเร็จได้เลย ถ้าให้แล้วไม่พอก็ไม่ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ในการให้ทุน เรากำลังพิจารณาขอเสนอให้ทุนเพิ่มจำนวนเงินต่อทุนให้สูงขึ้นกว่า 4,000 บาท ตอนนี้ก็กำลังเก็บข้อมูลว่านักศึกษาที่ขอทุนส่วนใหญ่มีฐานะทางบ้านเป็นอย่างไร แล้วค่าใช้จ่ายจริง ๆ ต่อคนต่อเดือนเป็นอย่างไร ก็คงต้องขอข้อมูลจากทางฝ่ายวางแผนด้วยซึ่งอาจจะมีข้อมูลส่วนนี้ เราจะได้เสนอไปทางสำนักงบประมาณ ว่าเราจะขอปรับเงื่อนไขสูงขึ้นเป็นจำนวนเงินต่อทุนสูงขึ้นได้หรือไม่ ถ้าเราได้ส่วนนี้ก็คงบรรเทาปัญหาเรื่องทุนการศึกษาของนักศึกษาได้บ้าง
ส่วนของกองกิจการนักศึกษาเอง เรามีเงินยืมฉุกเฉินอยู่จำนวนหนึ่ง สำหรับให้นักศึกษายืมได้ในยามฉุกเฉิน อันนี้ทำมาตลอดและทำมาแต่แรกแล้ว ในกรณีที่นักศึกษามีความจำเป็นเร่งด่วนทางบ้านส่งเงินมาไม่ทัน ถ้าจำเป็นต้องใช้ในกรณีเร่งด่วนก็สามารถที่จะยืมได้ แต่ก็ไม่มากยืมได้ 300 บาทต่อคน พอเบรรเทาความจำเป็นเร่งด่วนเฉพาะหน้าไปได้ ในเรื่องทุนเราก็มีแนวทางอยู่อย่างนี้

- ปัญหาเรื่องที่พัก นับว่าเป็นปัญหาหลักอีกประการหนึ่ง ปัญหาเรื่องที่พักของนักศึกษานั้นผมคาดว่าท่านอธิการก็คงได้ชี้แจงไปบ้างแล้ว เกี่ยวกับนโยบายเรื่องที่พักนักศึกษา ผมอยากชี้ตรงปัญหาว่าปัจจุบันนี้นักศึกษาเราหอพักยังไม่พอ เพราะฉะนั้นก็ต้องอาศัยกระจัดกระจายในหมู่บ้านบ้าง ในเมือง ในอำเภอ ในหอพักเอกชน ปัญหาก็คือทำให้การเข้าเรียนของนักศึกษาไม่สะดวก ขาดเรียนบ้างหรือมาไม่ทันบ้าง การเข้าร่วมกิจกรรมก็ไม่สะดวก นักศึกษาไม่มีที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้มหาวิทยาลัยเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น ผมว่ามันจะทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันกับมหาวิทยาลัยความผูกพันกับเพื่อนฝูง หรือความสามัคคีที่เราอยากให้เกิดขึ้นความรักสถาบันรักมหาวิทยาลัย ผมว่ามีส่วนทำให้ไม่พัฒนาไปเท่าที่ควร เพราะนักศึกษาไม่มีโอกาสคลุกคลีกันปรึกษากันหรือเสวนากัน ทำกิจกรรมร่วมกันในนามของมหาวิทยาลัยเท่าใดนัก เป็นปัญหาที่ตามมาจากการที่เราขาดหอพักที่เพียงพอและชุมชนข้างเคียงยังไม่รองรับจุดนี้ได้
ผมเห็นความสำคัญข้อนี้ว่าอย่างน้อยถ้าเราสามารถหาที่พักให้ได้ไม่ถึง 100% ซึ่งก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกแต่น่าจะมีสัก 30% ซึ่งโอกาสหน้านักศึกษาเราจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผมเห็นความสำคัญว่าสมควรจะมีหอพักขึ้น อันนี้ทางมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการแล้วในส่วนของกิจการนักศึกษาก็คือ ของบประมาณสร้างหอพัก ในปี 2537 ได้งบประมาณเพื่อสร้างหอพัก 1 หลัง และหอที่กำลังจะใช้ได้เดือนหน้า คือเดือนเมษายน กับอีก 1 หลัง รวมกับที่จะได้ในปีงบประมาณหน้าเป็นหลังที่ 2 (ปีงบประมาณ 2537) ผมก็ว่าน่าจะเพียงพอในเบื้องต้น เพราะฉะนั้นถ้ามีส่วนนี้แล้วส่วนประกอบอื่น ๆ เกี่ยวกับสาธารณูปโภคที่มีความจำเป็นคงจะตามมาเช่น ถนน รถรับส่ง สนามกีฬา สนามฟุตบอล แม้กระทั่งการสื่อสารไปรษณีย์ โทรศัพท์ ผมคิดว่าส่วนประกอบเหล่านี้ก็ต้องตามมาประกอบเป็นสาธารณูปโภคที่จำเป็นด้วย
ในเรื่องสาธารณูปโภคที่ว่านี้ มีบางส่วนดำเนินการไปแล้ว เช่น ถนนก็ได้รับงบประมาณมาแล้ว ส่วนโทรศัพท์ ไปรษณีย์ ก็อยู่ในระหว่างการติดต่อประสานงาน ส่วนนี้ผมคิดว่าท่านอธิการได้ให้รายละเอียดไปบ้างแล้ว ผมชี้ประเด็นให้เห็นว่ามันเป็นปัญหาต่อเนื่องต่อนักศึกษา
- ปัญหาทั่ว ๆ ไปของนักศึกษา อันนี้ก็มีหลายลักษณะที่เราพบมาจากงานกิจการนักศึกษาตั้งแต่ ปัญหาสุขภาพอาการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ หรือปัญหาที่นักศึกษาบางคนทนสภาพสิ่งแวดล้อมไม่ได้ก็มี ในเรื่องของปัญหาสุขภาพ เราก็มีงานพยาบาลดูแลอยู่ซึ่งนักศึกษาก็ได้รับการทำบัตรประกันสุขภาพ เราทำบัตรประกันสุขภาพนักศึกษาทุกคนในกรณีนี้ ถ้ามีปัญหาเจ็บป่วยร้ายแรง เราก็สามารถส่งโรงพยาบาลได้ ค่ารักษาพยาบาลทางมหาวิทยาลัยก็ดูแลรับผิดชอบ ปัญหาเจ็บป่วยร้ายแรงและปัญหาสุขภาพทั่ว ๆ ไปนี่ก็มีมาอยู่เรื่อย ๆ เพราะเราเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ห่างตัวเมือง ธรรมชาติของงานการศึกษาเราส่วนใหญ่ นักศึกษาจะอยู่ใน field หรือในที่ปฏิบัติงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะเกษตรศาสตร์ ส่วนใหญ่ก็จะออกฝึกงานมีความต้องการยา หรือเวชภัณฑ์ค่อนข้างสูง ในส่วนนักศึกษาเรามั่นใจว่าเราให้บริการได้ทั่วถึงในเรื่องของปัญหาสุขภาพ
ปัญหาในเรื่องการให้บริการสุขภาพนี้มีอยู่บ้างก็คือว่า บุคลากรที่ไม่ใช่นักศึกษาก็มีความต้องการใช้บริการพยาบาลอยู่เช่นกัน ไปขอใช้บริการพยาบาลหน่วยเดียวกันกับนักศึกษาทำให้งบประมาณที่น่าจะพอสำหรับนักศึกษาก็ถูกนำมาใช้เพื่อบุคลากรด้วยก็เลยขาดแคลนอีก แล้วปัญหานี้ผมก็เคยนำเสนอเข้าที่ประชุมของผู้บริหาร เสนอขอหารือก็ได้ข้อสรุปว่าปัญหาที่เกิดนั้นคือเราขาดเงินที่จะมาซื้อเวชภัณฑ์ให้พอเพียง ท่านอธิการก็ได้จัดสรรเงินจากคณะเกษตรศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นเงินรายได้ของคณะมาให้เงินรายได้จากคณะเกษตรศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้มาคณะละ 1 หมื่นบาท และได้เงินกองกลาง 7,000 บาท รวมแล้วเป็น 27,000 บาท ไปช่วยชดเชยหนี้สินที่เกิดขึ้นจากงานที่เราปฏิบัติไป ทีนี้ก็เลยมองกันว่า ถ้าเราให้งานบริการพยาบาล ทั้งบุคลากรด้วยก็จะเกิดปัญหานั้นไปตลอด ก็อาจจะชี้แจงตรงนี้เลยว่าต่อไปนี้เป็นความเห็นเป็นมติที่ประชุมของผู้บริหารว่าในเรื่องของการให้บริการแก่บุคลากรนั้นอยากจะให้พิจารณาในกรณีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเท่านั้น ถ้าเป็นกรณีที่เจ็บป่วยหนักก็อยากให้บุคลากรนั้นรับผิดชอบเองเพราะเราก็มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ค่ารักษาอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าต่อไปการให้บริการพยาบาลแก่บุคลากร อาจจะไม่เต็มที่เท่าที่ควรก็คงจะต้องบอกให้เข้าใจตรงนี้ด้วย ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของนักศึกษาและก็พลอยเกี่ยวข้องกับของบุคลากรไปในตัวด้วย
ส่วนปัญหาอื่น ๆ เช่นการทนสภาพสิ่งแวดล้อมหอพักไม่ได้หรือทนสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยไม่ได้เพราะนักศึกษาบางคนอาจจะมาจากผู้ที่มีฐานะการเงินหรือครอบครัวที่อยู่ในเมืองเมื่อมาอยู่อย่างนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับชนบท ความสะดวกสบายเหมือนที่เคยมีเคยอยู่อาจจะไม่ได้หรืออาจจะทนไม่ได้ก็มี ในกรณีนี้เราก็มีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยดูแลอยู่ มีอะไรก็ได้ให้หลักการแก่อาจารย์ที่ปรึกษาไว้ให้เป็นที่ปรึกษาได้ทั้งเรื่องการเรียนและเรื่องส่วนตัว ในส่วนหอพักในอนาคตเราก็จะมีอาจารย์ที่ปรึกษาประจำหอพักด้วย หอพักที่สร้างขึ้นมาแล้วเครื่องอุปกรณ์สาธารณูปโภคประจำหอ ก็ได้ขอไปด้วยการ entertain ต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ โทรศัพท์เราก็ได้ตั้งไว้ในงบประมาณนั้นด้วย คงช่วยแก้ปัญหานี้ได้

งานวิจัยสถาบัน : ท่านคิดว่าระบบอาจารย์ที่ปรึกษาในมหาวิทยาลัยที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้สามารถให้ประโยชน์แก่นักศึกษาในการให้คำปรึกษาทั้งปัญหาส่วนตัวและปัญหาทางด้านการเรียนได้มากน้อยเพียงใด
อาจารย์ปราณีต : ในสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันผมก็มองว่าความสัมพันธ์ ระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษายังไม่บรรลุผลอย่างที่เราอยากให้เป็น ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์เท่าใดนัก เพราะว่านักศึกษาถ้าไม่มีปัญหาหรือแม้แต่มีปัญหาก็ไม่มาปรึกษาอาจารย์เลย ในขณะที่อาจารย์ก็รับภาระอยู่มากอย่างที่ผมชี้แจงในตอนแรกการสอนก็หนักเพราะเรามีอาจารย์น้อย โอกาสที่จะติดตามไถ่ถามปัญหานักศึกษาให้ทั่วถึงก็ยังไม่เป็นไปด้วยดี เพราะฉะนั้น ก็ยังมีน้อยที่ผมเห็นที่นักศึกษาจะมาปรึกษาจริง ๆ ยอมรับว่าความสัมพันธ์ตรงนี้ยังไม่เป็นไปตามที่เราต้องการอาจจะมีเหตุผลเนื่องมาจาก
ประการแรก คือ เรื่องของสถานที่ อาจารย์เองส่วนใหญ่มักจะพักในเมืองหรือในอำเภอเวลามาทำงานก็มาตอนเช้า หมดเวลาทำงานก็มักจะกลับบ้านกัน ในขณะที่นักศึกษาเองบางคนก็อยู่ในหอพักที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย บางคนก็อยู่ในเมือง สังคมเราตอนนี้เป็นสังคมมาเจอกันชั่วคราว เช้ามาและอยู่ร่วมกันในเวลากลางวัน ตกเย็นเราก็แยกย้ายกันไป ผมรู้สึกว่าความสัมพันธ์อันนี้มันเกิดจากสถานที่เราด้วย
ประการที่สองคือ นโยบายเกี่ยวกับการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ในหลักการที่ท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ได้ให้หลักการมาว่าอาจารย์ที่ปรึกษาควรเป็นที่ปรึกษาให้กับนักศึกษาทุกคนจะไม่ใช่ว่าอาจารย์คณะนี้เป็นที่ปรึกษาของนักศึกษาคณะนี้อย่างเดียว อาจารย์ที่ปรึกษา 1 ท่าน มีนักศึกษาอยู่ในความดูแลและให้การปรึกษาของนักศึกษาทุกคน ผมคิดว่าอันนี้เป็นหลักการที่ดีมาก ถ้าหากว่าเรามีความพร้อมอย่างอื่นประกอบ เช่น จำนวนอาจารย์ในคณะนั้น ๆ มีมากเป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมกับนักศึกษา แต่ว่าในขณะนี้ความเป็นจริงคือว่า นักศึกษาที่มาปรึกษาส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาในสังกัดคณะของอาจารย์นั้น ๆ เพราะว่าความคุ้นเคย การได้สอนการได้พบปะบ่อย ๆ ถ้าอาจารย์ต่างคณะเป็นที่ปรึกษาของนักศึกษาอีกคณะ โดยหลักการนั้นดีแต่ตอนนี้ยังไม่บรรลุเลย ยังไม่ค่อยจะเจอกัน เพราะโอกาสไม่อำนวย บางคนยังไม่รู้จักนักศึกษาของตัวเองก็มี นักศึกษาบางคนจะมาพบอาจารย์ที่ปรึกษาก็ต่อเมื่อมาขอลายเซ็นลงทะเบียนวิชาเรียนเท่านั้น อันนี้ผมว่าต้องดูที่ส่วนประกอบตรงนั้นด้วย เราขาดการติดต่อกันมากเลย ถึงแม้ว่าหลักการจะดีก็ยังต้องพิจารณาจุดนี้ด้วย
งานวิจัยสถาบัน : หลักการที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ให้อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นที่ปรึกษาของนักศึกษาทุกคณะที่เป็นอยู่ในขณะนี้ อาจจะมีส่วนทำให้อาจารย์ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือนักศึกษาที่อยู่ในความดูแลได้อย่างทันการณ์เมื่อนักศึกษามีปัญหาเกิดขึ้นจากประสบการณ์ของท่านที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
อาจารย์ปราณีต : จากประสบการณ์พบว่ามีอยู่บ้างที่เป็นปัญหาร้ายแรง เช่น มีอุบัติเหตุหรือว่าเหตุการณ์สุดวิสัยเกิดขึ้นกับนักศึกษา ผมเชื่อว่าทางมหาวิทยาลัยและอาจารย์เราช่วยทัน เพราะเรามีหน่วยรักษาความปลอดภัย (รปภ.) มีตัวแทนนักศึกษาและงานกิจการนักศึกษาก็ดูแลอยู่มีครั้งหนึ่งนักศึกษาเข้าไปในเมืองแล้วมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นนักศึกษาก็เข้าหางานกิจการนักศึกษา ผมเองก็ได้รับเรื่องแล้วดำเนินการช่วยเหลือได้ในกรณีอย่างนั้นเราช่วยทัน เราคิดว่าเราช่วยได้ส่วนปัญหาที่เราช่วยได้ไม่ทั่วถึงก็คือ การเรียน นักศึกษาจะมาหาอาจารย์ที่ปรึกษาเองจริง ๆ จัง ๆ ก็ตอนที่ลงทะเบียนให้ช่วยเซ็นชื่อให้ช่วยรับทราบเท่านั้น จะถอนหรือจะเพิ่มวิชาเรียนอาจารย์รับรู้เท่านั้นเอง ปัญหาการเรียนนอกเหนือจากนั้น น้อยเหลือเกินที่นักศึกษาจะมาพูดคุยว่าอาจารย์ครับวิชานี้ผมไม่เข้าใจ ผมควรจะไปเรียนหรือศึกษาเพิ่มเติมหรือควรจะไปปรึกษาใคร เป็นจุดที่อาจารย์ยังเข้าไม่ถึงแต่ผมยังชอบในหลักการของท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการอยู่ โดยความเป็นจริงแล้วอาจารย์ที่ปรึกษาทุกคนที่ได้รับมอบหมายมีข้อมูลพร้อมเป็นข้อมูลเกี่ยวกับนักศึกษาในสังกัด ซึ่งทางงานวิชาการได้ส่งมาให้เป็นแฟ้มเลย ประวัติของนักศึกษาคนนั้น ๆ จะแจกแจงภูมิลำเนาอยู่ที่ไหนมีฐานะแบบไหน เรียนวิชาอะไรบ้างทุกคนก็ได้รับแฟ้มได้รับประวัติตรงนั้นแต่ว่าการใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนนั้นยังไม่ได้ผลคงเป็นเพราะอาจารย์ภาระเยอะด้วย
- ปัญหาการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา นักศึกษามีปัญหามากในเรื่องของการเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งที่นักศึกษาก็อยากเข้าร่วม ผมเชื่อว่านักศึกษาเป็นส่วนมากที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็คงมีความคิดว่าส่วนหนึ่งอยากหาความรู้เพิ่มเติมโดยการเข้าเป็นสมาชิกของชมรมต่าง ๆ หรือช่วยกิจกรรมต่าง ๆ ในชมรมของนักศึกษาของมหาวิทยาลัย แต่นักศึกษาไม่มีโอกาสเข้าร่วมเท่าไหร่นัก เพราะว่าสถานที่ไม่เอื้ออำนวยก็กลับมาที่ปัญหาเดิมคือ เราขาดสถานที่ ความเป็นมหาวิทยาลัยใหม่ของเราการที่นักศึกษากระจัดกระจายอยู่ในหอพักและในที่พักต่าง ๆ โอกาสที่จะมารวมกันยากอยู่แล้ว ศูนย์กลางการประสานงานงานของนักศึกษาเรายังไม่มี เช่น ที่ทำการสโมสรนักศึกษาเราก็ยังไม่มีเป็นกิจลักษณะก็เป็นการใช้ห้องชั่วคราวซึ่งอุปกรณ์ประกอบอะไรต่าง ๆ ก็ยังไม่พร้อมทำให้ไม่มีแรงจูงใจ นักศึกษาเองมักจะตั้งความหวังเอาไว้ว่าเขาจะเห็นสิ่งนั้นเราจะเห็นสิ่งนี้เขาจะได้ทำแต่เมื่อมาพบกับสภาพของความไม่พร้อมของมหาวิทยาลัยเรา ทำให้แรงจูงใจของเขาลดลงไป ความคิดที่จะทำกิจกรรมความคิดที่อยากได้ประสบการณ์จากการทำกิจกรรมจึงลดน้อยลงไป
โดยความจริงไม่ใช่ความผิดของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ความผิดของนักศึกษา นักศึกษาเขามีสิทธิ์ที่จะหวังมีสิทธิ์ที่จะตั้งความหวังว่าเขาจะพบกิจกรรมที่น่าสนใจที่ควรจะเข้าร่วมของเขาเอง ความสนใจเฉพาะตัวเขา แต่พอมาเจอสภาพนี้ก็ทำให้ความสนใจของเขาลดลงไป ประกอบกับมหาวิทยาลัยก็ยังอยู่ในระหว่างการก่อตั้ง เรายังขาดอยู่มาก แม้แต่ระเบียบเกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษา เราไม่มีระเบียบว่าด้วยสโมสรนักศึกษาระเบียบว่าด้วยชมรม การจัดงานหรือขั้นตอนต่าง ๆ เรายังไม่มีเลยที่ทำไปแล้วก็เป็นการทำในลักษณะชั่วคราวไม่มีระเบียบรองรับ ซึ่งขณะนี้เรากำลังร่างและเสร็จแล้ว เราแก้ปัญหาส่วนนี้แล้ว โดยการศึกษาระเบียบข้อบังคับสโมสรนักศึกษาของสถาบันต่าง ๆ แล้วนำมาพิจารณากับความเหมาะสมของเราก็ได้ร่างเสร็จแล้วและคิดว่าเราจะพิจารณากันครั้งสุดท้ายภายในสัปดาห์หน้า ถ้าพิจารณาเรียบร้อยแล้วจะเสนอไปทางท่านผู้บริหารและเสนอเข้าสภามหาวิทยาลัย ผมคิดว่าทันปีการศึกษา 2536 เมื่อมีระเบียบตรงนี้แล้วก็จะทำให้งานชมรมและงานกิจกรรมนักศึกษาเป็นกิจลักษณะ อาคาร สถานที่ต่าง ๆ ก็คิดว่าเริ่มที่จะได้มาเป็นลำดับ เพราะฉะนั้นก็อยากให้เข้าใจว่ากิจกรรมนักศึกษาต่าง ๆ ที่มันไม่คึกคักไม่ดำเนินไปในลักษณะที่เราอยากได้สาเหตุก็มาจากตรงนั้น
การที่นักศึกษาตั้งความหวังไว้แล้วเขาไม่เห็นในสิ่งที่เขาหวัง เขาอาจจะหยุดและไม่อยากทำกิจกรรมที่เขาอยากทำ นอกจากนั้นอาจจะทำให้มีความคิดด้านลบต่อมหาวิทยาลัยด้วย ผมอยากให้เข้าใจจุดนี้ ว่านักศึกษาก็ยังเป็นเด็กอยู่ พอไม่ได้ในสิ่งที่ควรจะได้ มหาวิทยาลัยยังจัดให้ไม่ได้ ถ้าเข้าใจก็คงไม่เป็นไร แต่บางคนอาจจะคิดในแง่ลบต่อมหาวิทยาลัยว่าทำไมเราไม่จัดให้ ทำไมเราไม่สนับสนุนให้เป็นไปอย่างนั้น อันนี้ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากทำแต่มันขัดสนในเรื่องของงบประมาณที่ได้รับที่ยังไม่เพียงพอ
งานวิจัยสถาบัน : อาคารสโมสรนักศึกษานี้ มหาวิทยาลัยมีแผนที่จะของบประมาณในการก่อสร้างให้หรือไม่ หรือมีอยู่ในแผนงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่
อาจารย์ปราณีต : มีนะครับ งานส่วนนี้ตอนนี้อยู่ในแผนของงานบริหารการศึกษา เท่าที่ผมทราบนั้นสโมสรนักศึกษาจะอยู่ในตัวอาคารโรงอาหารกลาง พร้อมด้วยที่ทำการของชมรมต่าง ๆ งานกิจการนักศึกษายังสังกัดอยู่ในกองบริการการศึกษา เพราะฉะนั้นทางมหาวิทยาลัยก็เลยรวบรวมแผนสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ไว้ในงานบริหารและผมก็ได้ทราบว่าทางบริหารนี่มีอยู่แล้วเรื่องที่ทำการสโมสรนักศึกษา มีแม้กระทั่งศูนย์กีฬาที่เป็น sportcomplex เป็นศูนย์กีฬาที่ค่อนข้างสมบูรณ์ด้วย
งานวิจัยสถาบัน : จากการสัมภาษณ์นักศึกษาพบว่า นักศึกษามีความคิดเห็นว่าการสร้างศูนย์กีฬาสมบูรณ์แบบนั้นต้องใช้เวลานานกว่าจะมีสนามกีฬาใช้ และเห็นว่ามหาวิทยาลัยควรสร้างสนามกีฬาเป็นบางส่วนให้กับนักศึกษาก่อน
อาจารย์ปราณีต : อันนี้สร้างครับ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการสนามนี้ที่สร้างก็จะใช้ได้เป็นอย่างดีเป็นสนามฟุตบอล อยู่ด้านข้างของแฟลตข้าราชการ เป็นสนามอย่างดีที่เราสร้างขึ้น เพื่อจะรองรับกิจกรรมของนักศึกษาให้นักศึกษาได้ใช้ นอกจากนั้นก็มีสนามตะกร้อเรามีอยู่แล้วแต่ว่านักศึกษาหญิงสามารถใช้สนามตะกร้อซึ่งสามารถปรับเป็นสนามแบดมินตันได้ นั่นเป็นปัญหาที่เราประสบอยู่และเราก็ได้หาทางแก้ไขอยู่ในปัจจุบัน
งานวิจัยสถาบัน : ท่านมีความความคิดเห็นว่าคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ควรจะมีลักษณะใดบ้าง และมหาวิทยาลัยมีวิธีการจัดการที่เด่นชัดอย่างไรเพื่อให้ได้คุณลักษณะที่พึงประสงค์นั้น

อาจารย์ปราณีต : คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของบัณฑิต อันนี้ก่อนอื่นก็ขอชี้แจงเป้าหมายก่อน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ เหมือน ๆ กับที่อื่นที่มีจุดหลักร่วมกันอยู่ 4 ประการ คือ ผลิตบัณฑิต ดำเนินการวิจัย ให้บริการวิชาการแก่ชุมชนและสังคม และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมอันดี จุดประสงค์ 4 ประการนี้ ในส่วนของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เราคงเน้นทั้ง 4 ประการในตอนนี้ไม่ได้ แต่เรามุ่งเน้นไปที่การผลิตบัณฑิตให้มีคุณธรรม ศักยภาพของเราตอนนี้อยากจะเน้นการผลิตบัณฑิตให้มีคุณธรรมเป็นประการแรก เราคาดว่าบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีของเราจะเป็นบัณฑิตที่ตระหนักต่อภาระกิจที่มีต่อสังคมจะเป็นผู้ที่มีความรู้สึกเป็นหนี้ต่อสังคม สังคมเป็นสิ่งที่นักศึกษาหรือบัณฑิตคนนั้นอาศัยอยู่ เพราะฉะนั้นอยากให้บัณฑิตที่จบออกไปมีความคิดที่อยากจะช่วยเหลือสังคม เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่อาศัยอยู่ ไม่อยากให้บัณฑิตนั้นพอจบแล้วมีวิชาชีพที่ดีแล้วไปหาสังคมอื่นที่สะดวกสบายสำหรับตัวเอง ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น อยากให้บัณฑิตได้นำความรู้ที่มีอยู่ที่ได้รับไปนี้ไปพัฒนาสังคมที่ตัวเองอยู่ให้ดีขึ้นคือสังคมที่ตัวเองจากมา เป็นสังคมที่ส่วนใหญ่แล้วเป็นชนบท สรุปง่าย ๆ ว่าอยากให้บัณฑิตมีคุณธรรมควบคู่ไปกับผู้มีสติปัญญา คืออยากให้เป็นคนเก่งและเป็นคนดีด้วย เอาความคิดที่เขาอยากจะช่วยท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ ผมคิดว่าลักษณะที่พึงประสงค์ของเขาจะเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นตอนนี้เราก็กำลังดำเนินการอยู่เพื่อจะได้เป็นไปตามเป้าหมาย ก็มีมาตรการดำเนินงานอยู่ 2 มาตรการใหญ่ ๆ คือ
- เพื่อให้เป็นคนเก่ง เราก็มีมาตรการด้านการเรียนการสอน เป็นปรัชญาที่ทางฝ่ายวิชาการเสนอมาตลอดก็คือว่า มุ่งทักษะให้เป็นผู้มีความรู้ในวิชาชีพโดยให้มีทักษะในเรื่องของวิชาการก็ให้รู้ละเอียดรู้ลึกซึ้งถึงปัญหาและหลักสูตร เพื่อที่จะให้ได้เป็นคนเก่ง โดยจัดหาอาจารย์ จัดหาสิ่งก่อสร้างอุปกรณ์ที่เป็นประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ได้มีความรู้ตรงนั้น
- เพื่อจะให้เป็นคนดี เป็นผู้มีประสบการณ์ มีคุณธรรม มีจรรยา เป็นมาตรการในเรื่องของกิจกรรม ซึ่งอันนี้ส่วนให้เป็นหน้าที่ของงานกิจการนักศึกษา ซึ่งเราเชื่อว่าลำพังการเรียนการสอนให้เต็มที่อย่างเดียว นี่ยังไม่พอเพื่อที่จะให้เป็นคนดีได้ ก็คงจะต้องอาศัยกิจกรรมพิเศษ ให้เขาได้กระทำให้นักศึกษามีโอกาสได้ร่วมกันทำกิจกรรมนอกเหนือจากการเรียน จะทำให้เขารู้ซึ้งถึงการให้ความช่วยเหลือคนอื่นให้เขารู้สึกถึงความรู้สึกอันนั้นว่า เขาช่วยคนอื่นแล้วเขามีความสุขอย่างไร และการที่เขาไปร่วมกิจกรรมกับเพื่อนฝูง ความลำบากร่วมกัน ความกดดันร่วมกันจะทำให้เขามีความรู้สึกร่วมกันเกิดความสามัคคีขึ้นมา จะมีทักษะอันหนึ่งในการเป็นผู้ประสานงานร่วมกับคนอื่นได้ ซึ่งอันนี้เป็นงานหลักของกิจการนักศึกษา ซึ่งเชื่อกันว่าถ้าเขาได้กิจกรรมในส่วนนี้เสริมได้อย่างเต็มที่ในงานที่เขาสนใจจะทำให้เขาได้ในสิ่งที่เราอยากให้เขาเป็น คือ ได้ความเป็นคนดี ความสำเร็จอย่างที่เราอยากให้เป็นได้โดยทบวงมหาวิทยาลัยได้ให้นโยบายหลักมาในเรื่องของกิจการนักศึกษา และมหาวิทยาลัยก็ให้การสนับสนุนเงินงบประมาณด้านกิจกรรมนักศึกษา ส่วนหนึ่งเราได้จากทบวงโดยตรง โดยทุก ๆ ปีเราจะมีโครงการเกี่ยวกับชมรมต่าง ๆ โครงการเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ของนักศึกษาเสนอไปยังทบวง แล้วทบวงก็จะให้เงินสนับสนุนมานอกเหนือจากงบประมาณที่เราได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย
จากมาตรการทั้งสองอยากจะชี้ว่าก็มีปัญหาอุปสรรค โดยปัญหาประการแรกคือ เราจะให้นักศึกษาเป็นคนเก่ง ปัจจัยสำคัญก็คืออาจารย์เราก็ขาดแคลนดังที่ผมได้เรียนในตอนต้น เราขาดแคลนอาจารย์และอาจารย์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะอยากมา ผมเชื่อว่าคงเป็นปัญหาร่วมของมหาวิทยาลัยใหม่ทุกมหาวิทยาลัย ผมว่าอาจารย์ที่มีความรู้ประสบการณ์ดี ๆ เขามองดูชื่อ มองดูสถานที่ตั้งของเราแล้ว คือเขามาดูแล้วเขาก็เปลี่ยนใจกันเยอะ อันนี้เป็นปัญหามาก พออาจารย์มาน้อยทำให้อาจารย์ที่มีอยู่ปัจจุบันรับภาระสูงกว่าอาจารย์ทั่ว ๆ ไปเพราะความที่มีน้อยเราก็แบ่งเบาภาระกันไปทำให้อาจารย์เองไม่มีเวลาไปสร้างเสริมคุณภาพการเรียนการสอนให้ดี และอาจารย์ไม่มีเวลาทำงานวิจัยซึ่งเป็นงานที่สำคัญที่จะทำให้คุณภาพของการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ประสิทธิภาพก็ยังไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร
ในส่วนกิจกรรมนักศึกษาผมบอกว่านักศึกษามีน้อย นักศึกษาที่ตั้งใจแล้วแต่ไม่เป็นไปตามความคิดมีหลายคนอาจจะไม่อยากทำกิจกรรมก็ได้ อันนี้เป็นธรรมดาของมหาวิทยาลัยใหม่ ผมคิดว่าอย่างนั้น แต่ปัญหาหนึ่งที่น่าสนใจคือบรรดาอาจารย์ บุคลากรที่เป็นทีมงานของงานกิจกรรมนักศึกษาเป็น staff ของงานกิจการนักศึกษาเราได้รับความร่วมมือจากคณะ จากสถาบันในการส่งอาจารย์มาช่วยเป็นความร่วมมือที่เราต้องขอขอบคุณเราขอให้ท่านส่งรายชื่อมาก็ได้รับการสนับสนุนมาตลอด แต่ว่าอาจารย์เหล่านั้นบางท่านก็ภาระมากอยู่แล้วภาระเดิมของท่านก็มากอยู่พอได้ชื่อมา เวลาที่ท่านจะให้กับกิจกรรมนักศึกษาก็ให้ไม่เต็มที่ ผมชี้แจงว่านี่ไม่ได้โทษอาจารย์ว่าทำงานไม่ดี แต่เพราะท่านมีภาระรับผิดชอบมากเวลาที่จะให้กับกิจกรรมทุ่มเทให้ไม่ได้เท่าที่ควร เพราะฉะนั้นผลงานที่ออกมาจากงานต่าง ๆ ที่นักศึกษาทำไปก็ไม่ประสบผลที่น่าพอใจนักในช่วงนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในโอกาสข้างหน้าอาจารย์เรามากขึ้นอาจจะช่วยลดภาระของอาจารย์เดิม ๆ ที่มีอยู่ทำให้อาจารย์เหล่านั้นให้เวลากับงานกิจกรรมนักศึกษามากขึ้น ส่วนระเบียบการต่าง ๆ ที่ผมได้ชี้แจงว่าเรายังไม่พร้อมนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การทำงานไม่ประสานกันไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่เราต้องการ ผมคิดว่าภายในปีการศึกษานี้ระเบียบต่าง ๆ ที่เราต้องการ จะเสร็จทัน ซึ่งทีมงานของกิจการนักศึกษากำลังร่างอยู่นั่นเป็นแนวทางที่เราดำเนินการเพื่อที่จะให้ส่วนนี้ดีขึ้น

งานวิจัยสถาบัน : โครงการกิจกรรมรับน้องใหม่ในปีการศึกษา 2536 นี้ ได้ทราบข่าวว่าสโมสรนักศึกษาจะจัดกิจกรรมรับน้องใหม่เป็นรูปแบบกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์เป็นรูปแบบกิจกรรมที่เปลี่ยนแปลงจากรูปแบบเดิมที่ทำในปีที่ผ่าน ๆ มาหรือไม่ มีสาเหตุอย่างไรจึงได้มีการปรับเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบของกลุ่มสัมพันธ์
อาจารย์ปราณีต : ผมขอเรียนว่าผมเองก็เพิ่งเข้ามาทำหน้าที่อยู่ตรงนี้ อันเดิมตามที่ผมทราบมาก็ไม่มีปัญหาที่จะต้องทำให้เปลี่ยนหรืออะไร เป็นแต่เพียงว่าเราไม่มีการประสานงานกันเท่าที่ควร เพราะว่าสโมสรนักศึกษาก็เป็นการตั้งขึ้นมาไม่ค่อยจะแน่นแฟ้นไม่มีกฎระเบียบรองรับไม่มีตำแหน่งต่าง ๆ หรือว่าการมอบหมายงานที่ถูกต้อง เป็นการที่นักศึกษาเสนอตัวแทนขึ้นมาแล้วอาจารย์ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงอยู่ ท่านก็ให้การแนะนำ คิดว่ายังไม่มีระเบียบที่รัดกุมรองรับทำให้นักศึกษาเสนอรูปแบบต่าง ๆ เท่าที่อยากให้เป็น การที่เราไม่มีระเบียบที่จะให้นักศึกษาปฏิบัติได้ถูกต้อง ไม่มีมาตรการคอยติดตามผลงานเขาเป็นหลักเป็นเกณฑ์ทำให้เขาขาดความมั่นใจ
ในส่วนสโมสรกลาง และแต่ละคณะก็คิดอยากจะทำกิจกรรมขึ้นมาเอง เพราะว่าถ้าทำกันภายในคณะรู้สึกมันจะง่ายขึ้น เพราะว่าเป็นนักศึกษาคณะเดียวกันทำให้มองว่าเป็นการจัดการภายในคณะมากกว่าเรื่องของมหาวิทยาลัย ซึ่งถ้าปล่อยไว้อย่างนั้น ผมเกรงว่าความรู้สึกร่วมที่เราเป็นสโมสรกลางหรือเป็นมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมันจะไม่ดีขึ้นเท่าที่ผ่านมาไม่ใช่ว่ามันจะเลวลง แต่มันไม่มีใครจับประเด็นนี้แล้วชูขึ้นมา จากการปรึกษากับอาจารย์ในทีมของกิจการนักศึกษาและตัวแทนของนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสโมสรชุดใหม่ที่เขาได้รับการคัดเลือกขึ้นมา (ปีการศึกษา 2536) เราพิจารณาร่วมกันถึงจุดนี้ว่าทำอย่างไรถึงจะทำให้นักศึกษามีความรู้สึกว่าเราเป็นมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นเรื่องใหญ่ ชื่อมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องใหญ่ก่อน กิจกรรมทุกรูปแบบที่เสนอออกมาต่อสาธารณะ ทุกคนเขาจะมองชื่อมหาวิทยาลัยเท่านั้น เขาจะไม่มองว่าของคณะนี้คณะนั้นถึงแม้เราจะมีกิจกรรมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มใดกลุ่มเดียว แต่ผลสะท้อนกลับมามันเป็นชื่อของมหาวิทยาลัย เราก็ให้หลักการเหล่านี้กับสโมสรนักศึกษา ซึ่งสโมสรนักศึกษาชุดนี้ก็เห็นด้วย ผมก็พอใจนะครับที่เห็นนักศึกษามีความรู้สึกอย่างนี้ เขาบอกว่าอยากจะทำเป็นลักษณะกลุ่มสัมพันธ์อย่างที่เห็นอย่างที่นักศึกษาเสนอขึ้นมา วัตถุประสงค์ก็คือนักศึกษาสามารถที่จะมาร่วมกิจกรรมกันไม่แยกว่าเป็นนักศึกษาของคณะนี้ คณะนั้น ในปีการศึกษาหน้า (ปีการศึกษา 2536) แต่ละกลุ่มเขาจะรวมไว้ซึ่งนักศึกษาทุกคณะ และทุกชั้นปีกิจกรรมจะออกไปทางสร้างสรรค์ทำกิจกรรมร่วมกันเชื่อว่าจะทำให้ความแบ่งแยกในความรู้สึกว่าคณะเป็นเรื่องใหญ่จะลดลงไป ซึ่งหลักการนั้นท่านอธิการบดีท่านก็ได้รับทราบและท่านก็เห็นด้วยและรู้สึกท่านจะพอใจด้วย
งานวิจัยสถาบัน : จากการสัมภาษณ์นักศึกษาพบว่า มีนักศึกษาบางส่วนมีความรู้สึกว่าเกิดการแบ่งแยกคณะอย่างชัดเจน เมื่อนักศึกษาคณะใดเข้ามาทำงานสโมสรนักศึกษาก็มักจะไม่ได้รับความร่วมมือในการทำงานและนักศึกษาเองก็ไม่ต้องการให้เกิดความรู้สึกและไม่ต้องการให้เป็นเช่นนี้ไม่ทราบว่าในส่วนของผู้บริหารและคณาจารย์ของคณะได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้เพียงใด เพื่อให้นักศึกษาเกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน
อาจารย์ปราณีต : อันนี้เป็นความรู้สึกซึ่งอาจจะมีคนบางคนคิด แต่ในสภาพความเป็นจริงนั้นตอนนี้เราก็มีส่วนร่วมกันมาตลอดในงานกิจการนักศึกษา ซึ่งอาจารย์เองที่เป็นที่ปรึกษาของชมรม/ชุมนุมต่าง ๆ ก็มาจากทุก ๆ คณะ กิจกรรมที่เกิดขึ้นเช่นไปร่วมกิจกรรมกีฬามหาวิทยาลัยหรือออกค่ายไปทำกิจกรรมชมรมต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วแต่มาจากอาจารย์ทุกคณะนั่นเอง ผมเองยังไม่เห็นด้วยกับคำว่าแบ่งแยกอย่างที่พูดมาเท่าใดนัก ส่วนโครงการหรือแนวทางเราก็มีอยู่ว่าตอนนี้ในเรื่องของกิจกรรมนักศึกษา ผมได้เรียนเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการ คือ คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมกิจกรรมนักศึกษา ซึ่งประกอบด้วย รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาทุกคณะและหัวหน้างานกิจการนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเป็นกรรมการ คณะกรรมการชุดนี้จะเป็นผู้พิจารณานโยบายร่วมกันเกี่ยวกับการพัฒนากิจกรรมนักศึกษาให้เป็นไปตามแนวทางที่มหาวิทยาลัยอยากจะให้เป็น อันนี้ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมา และจะประชุมเร็ว ๆ นี้ ผมถือว่านโยบายตรงนี้เป็นนโยบายหลักของกิจกรรมนักศึกษาในมหาวิทยาลัย อะไรที่จะเกิดขึ้นกับนักศึกษาและกิจกรรมใดที่จะได้รับการสนับสนุนต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการชุดนี้ เพราะฉะนั้นในเมื่อเรามีอาจารย์ทั้ง 2 คณะ ทั้ง 3 คณะ หรือ 4 คณะ ที่จะเกิดขึ้นเป็นกรรมการโดยตำแหน่งแล้ว ผมเชื่อว่าท่านก็จะรับรู้นโยบายนี้ร่วมกัน แล้วถ้าท่านไม่เห็นด้วยอยากแก้ไขดัดแปลงตรงไหนก็พูดกันได้เสนอกันได้ และหลังจากนั้นก็จะนำนโยบายลงไปสู่อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมซึ่งมาจากทุกคณะ ผมคิดว่าหลักการอันนี้ถ้ารับรู้ร่วมกันแล้ว ความคิดที่แตกต่าง หรือทำอะไรที่ขัดแย้งกันคงจะไม่มี ระเบียบที่เราร่างขึ้นตอนนี้จะพูดถึงหน้าที่ของแต่ละชมรมด้วยหน้าที่และอำนาจของแต่ละหน่วยงาน เราถือว่าสโมสรนักศึกษาของแต่ละคณะที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีฐานะ เท่ากับชมรม ๆ หนึ่งในสังกัดสโมสรกลางมีฐานะเท่าเทียมกันคือมีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินจัดสรรหรือเงินอุดหนุน ไปใช้ในกิจกรรมนั้น ๆ มีหน้าที่ที่จะปฏิบัติตามนโยบายของส่วนกลางและมีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล ให้อยู่ในนโยบายนั้น รองคณบดีที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้อำนวยการในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของคณะคิดว่า ถ้าเราชี้ชัดอย่างนั้นแล้วความขัดแย้งก็จะไม่เกิดขึ้นหรือถ้าเกิดขึ้นก็คงได้รับการชี้แจงให้เข้าใจกันได้
งานวิจัยสถาบัน : ความรู้สึกแบ่งแยกคณะนี้เป็นความรู้สึกของนักศึกษาบางส่วนเท่านั้น เมื่อมหาวิทยาลัย มีนโยบายและหลักการเช่นนี้แล้วไม่ทราบว่าในทางปฏิบัติ ท่านคิดว่าจะมีปัญหาและ อุปสรรคเพียงใด
อาจารย์ปราณีต : ผมเชื่อนะครับว่าถ้าเราได้เสนอหลักการร่วมกันแล้ว รับรู้หลักการร่วมกันแต่แรก หมายความว่าเรามีสิทธิ์ที่จะร่างหลักการร่วมกันแล้ว ความคิดเห็นอะไรที่ไม่ลงรอยกันก็ต้องมาปรับปรุงกัน จนได้สิ่งเดียวกันในที่สุด ก็น่าจะนำไปสู่การปฏิบัติที่ไม่น่าจะมีความขัดแย้ง ผมไม่หนักใจในจุดนี้ ส่วนใน ประเด็นความรู้สึกที่นักศึกษาคิดว่าเกิดความขัดแย้งขึ้นนั้น ผมได้คุยกับนักศึกษาหลาย ๆ ฝ่าย หลายคนมี ความคิดว่ามันมีความขัดแย้งเกิดขึ้น แต่ความรู้สึกต่อจากนั้นคือทุกคนมีความคล้ายกันเห็นว่าทำอย่างไร ความขัดแย้งนั้น มันจะหายไป ทุกคนรู้ว่ามีความขัดแย้งจริง แต่ทำอย่างไรมันจึงจะไม่เกิดขึ้น นี่เป็น ความรู้สึกที่ผมจับได้ ผมก็เสนอความคิดตรงนี้ว่าถ้าคิดว่ามันเป็นความขัดแย้งที่ผ่านมาก็ให้มันแล้วไป และ ต่อไปนี้เราอยากจะทำอะไรที่มันไม่ใช่คณะหนึ่งคณะใด เรามาช่วยกัน ผมก็เสนอหลักการนี้แก่นักศึกษาที่เป็น สโมสรชุดใหม่ ซึ่งก็ได้รับการเห็นชอบด้วย สิ่งไหนที่เขากระทำออกมาแล้วลักษณะเป็นคณะมากเกินไป ผม ก็แนะนำเขาว่าทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ ถ้าคุณจะติดป้ายอย่างนี้ชูคณะนี้อย่างเดียว หรือว่าชูกิจกรรมที่เป็น ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งถึงแม้คุณจะไม่มีเจตนาที่จะขัดแย้ง แต่มันเกิดความขัดแย้งในความรู้สึกของผู้ที่ได้เห็น ผมก็ชี้ว่าอันนี้มันไม่ถูกก็ได้รับการแก้ไข ถ้าชี้แจงจุดนี้ ผมมองว่านักศึกษานี่ยังไม่ได้รับการชี้แจงเท่าที่ควร ถ้าเขาได้รับรู้ข้อมูลรับรู้ปัญหาของมหาวิทยาลัยปัญหาใหญ่ ๆ ถ้าได้รับการชี้แจงผมคิดว่าเขาเข้าใจและเขา พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ที่ผ่านมาผมว่าเราขาดการพูดกันมากกว่า ขาดการชี้แจงว่าอะไรคือสาเหตุของ ปัญหาที่ควรจะได้รับรู้ร่วมกันก่อน เราขาดตรงนี้มาก
งานวิจัยสถาบัน : ท่านมีความคิดเห็นอะไรเพิ่มเติมที่จะฝากไปถึงนักศึกษาของมหาวิทยาลัย
อาจารย์ปราณีต : ผมก็อยากให้นักศึกษาเข้าใจในการมองมหาวิทยาลัย ผมอยากให้มองมหาวิทยาลัย มองอาจารย์ มองผู้บริหาร หรือมองบุคลากรในมหาวิทยาลัยที่ไม่ใช่นักศึกษาด้วยกันว่าเรามีความรู้สึกคล้าย ๆ กับนักศึกษานั่นแหละครับว่า อยากให้มหาวิทยาลัยดีขึ้น อยากให้มหาวิทยาลัยพัฒนา เพราะฉะนั้น ถ้าเราช่วยกัน แทนที่เราจะไปมองจุดบกพร่องของแต่ละงาน หรือมองข้อปฏิบัติที่ผ่านมาในทางลบ ผมอยาก ให้มองจุดร่วมกันว่าทุกคนทำไปเพราะอยากจะให้มันดีขึ้นทั้งนั้น ถ้าหากเราเข้าใจจุดนี้แล้วงานต่าง ๆ ก็ จะไม่เกิดความระแวงในสิ่งที่เราปฏิบัติ มหาวิทยาลัยพร้อมและพยายามเสมอที่จะให้นักศึกษาได้ทำใน กิจกรรมที่อยากจะทำ แต่ความขัดสนในเบื้องต้นทำให้เรามีข้อจำกัดไม่ได้ให้เต็มที่ แต่มหาวิทยาลัยก็ได้ พยายามและจะพยายามไปให้ถึงที่สุด ผมอยากจะให้นักศึกษามีความรู้สึกอีกอย่างหนึ่ง เพราะผมเองเคยอยู่ในสถาบันอื่นมาก่อน คือ มหาวิทยาลัยเขาตั้งมานาน เขาผ่านจุดนี้ไปแล้ว ผ่านจุดความรู้สึกว่าขาดแคลนและการเรียกร้องจาก มหาวิทยาลัย เขาผ่านไปแล้ว ผมเห็นเขาอยู่ในอีกจุดหนึ่ง ซึ่งผมอยากให้พวกเราเป็นเช่นนั้น ที่ผมผ่านมา เขาจะมองว่าเขาจะให้อะไรแก่มหาวิทยาลัยได้บ้าง บัณฑิตที่จบไปของมหาวิทยาลัยบางแห่งที่ผมได้เห็น ได้สัมผัสมาหรือนักศึกษาที่จะจบเขาจะมองว่ามหาวิทยาลัยเขาขาดอะไรบ้าง เขาจะซื้อ เขาช่วยกันบริจาค ให้ นี่ผมไม่ได้เรียกร้องนะแต่ผมอยากชี้ให้เห็นความรู้สึกของเขา เขาจะหามาให้ รู้สึกอยากจะให้มหา- วิทยาลัยสถาบันเขาดีขึ้น พูดง่าย ๆ คือ เขามีความคิดอยากจะให้ แทนที่จะเรียกร้องอย่างเดียว ผมก็หวังว่าสักวันหนึ่งนักศึกษาเราหรือสโมสรนักศึกษาของเราจะไปถึงจุดนั้น คือ นักศึกษาจะเป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วย ความรู้ สมบูรณ์ด้วยจิตใจที่อยากจะให้มหาวิทยาลัยในที่สุด


