เลือกพื้นที่จัดตั้งวิทยาลัยอุบลราชธานี : บริเวณบ้านศรีไค

ทำไม? ถึงเลือกพื้นที่บริเวณบ้านศรีไคเป็นที่จัดตั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ในปลายปี พุทธศักราช 2529 อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่นในขณะนั้น คือ นายแพทย์สมพร โพธินาม ได้ขอให้ รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี รับเป็นหัวหน้าโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ขณะนั้น รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี เป็นหัวหน้าภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ ส่วนเลขานุการภาควิชา คือ คุณสาโรจน์ ศิริขจรพันธ์  ดังนั้นสํานักงานโครงการจัดตั้ง ฯ มีบุคลากร 2 คน ได้แก่ หัวหน้าโครงการจัดตั้งกับเลขานุการเท่านั้นโดยยืมตัวมาจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

หลังจากนั้น รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี นําเสนอโครงการจัดตั้งตามแผนใหม่ไปอธิบายให้เจ้าหน้าที่สํานักงบประมาณให้เข้าใจ แล้วมาดูพื้นที่ต่างๆ ที่จังหวัดอุบลราชธานี เดิมเลือกสถานที่ไว้คือ คลังอาวุธ ของทหารอเมริกันในระหว่างสงครามเวียดนาม โดยให้เหตุผลว่าอยู่ใกล้กับดงฟ้าห่วน ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ แต่เมื่อ รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี ไปดูสถานที่กับผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ขณะนั้น คือ เรือตรีดนัย เกตุสิริ พบว่าที่เหลืออยู่ประมาณ 400 ไร่ ถ้าจะมาสร้างมหาวิทยาลัยที่มีคณะเกษตรศาสตร์ไม่พอแน่นอน แล้วปัญหาหนึ่งคือพื้นที่ดงฟ้าห่วน กรมป่าไม้ได้ปฏิเสธไม่สามารถให้ได้เพราะทำเป็นวนอุทยาน

ถนนสายวารินฯ-เดช

จากนั้นมาดูพื้นที่แถบหมู่บ้านศรีไคซึ่งตอนนี้แตกต่างจากปีพุทธศักราช 2519 เพราะว่าขณะนี้มีถนนลาดยาง และมีไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว แต่ขาดอยู่อย่างเดียวเท่านั้น คือ น้ำ วิศวกรที่มาด้วยบอกว่าด้วยเทคโนโลยีสมัยปัจจุบันนี้ ปัญหาจะไม่มีเลยไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม  

บริเวณหมู่บ้านศรีไค มองไปทางทิศตะวันออก

รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี กล่าวว่า “… เมื่อผมเห็นว่าเนื้อที่ตรงนี้ ซึ่งตอนนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี บอกว่า “มีอยู่ 10,000 กว่าไร่ อาจารย์จะเอาสักกี่ไร่ จะกันไว้ให้ประมาณสัก 4,300 กว่าไร่ พอไหม” ผมก็บอกว่าพอ แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดก็บอกว่า “ถ้าจะเอาอีกก็ขอมานะ จะให้อีก” ผมก็บอกว่า “ถ้าอย่างนั้นก็เลือกเอาตรงนี้แหละเป็นที่ตั้งวิทยาลัยอุบลราชธานี ผมก็เลือกเอาตรงนี้ เพราะเหตุว่าพื้นที่ใหญ่โตกว้างขวางพอสมควร ส่วนน้ำก็คงจะหาได้จากพื้นที่ของตัวเอง ถนนก็ลาดยางแล้ว และอยู่ติดริมถนน ไฟฟ้าก็มีแล้ว จะมีแต่เพียงว่าแยกสายแรงสูงเข้ามาใน มหาวิทยาลัยก็เรียบร้อยหมดเลย เพราะฉะนั้นผมก็เลือกเอาพื้นที่ตรงนี้เป็นที่จัดตั้งวิทยาลัยอุบลราชธานี

บ้านศรีไค มองไปทางทิศตะวันออก

อ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดีมหาวิทยลัยอุบลราชธานี.ประวัติการสร้างสานมหาวิทยาลัยอุบลราชานี.(2537). น.16

วิทยาลัยอุบลราชธานี : การสำรวจพื้นที่เพื่อตั้งวิทยาเขตใหม่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ช่วงปีพุทธศักราช 2519

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมีประวัติความเป็นมาค่อนข้างยาวนาน มีความพยายามในการจัดตั้ง ตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2484 ในสมัยรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม จะจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยแต่งตั้งคณะทำงานมีหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ณ อยุธยา เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งคณะทำงานชุดนั้นได้เลือกจังหวัดอุบลราชธานีเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาในปลายปี พุทธศักราช 2484 โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดอุบลราชธานีจึงล้มเลิกไป

pinterest.com

เมื่อสงครามสงบ พุทธศักราช 2487 เริ่มการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พ.ศ.2505 ในครั้งนี้ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี เลือกจังหวัดขอนแก่น ดังนั้นมหาวิทยาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแห่งแรกจึงอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น

ในปี พุทธศักราช 2512 เริ่มพิจารณาการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นขณะนั้น คือ ศาสตราจารย์พิมล กลกิจ มีการมาสำรวจพื้นที่ บริเวณทุ่งเดิ่น (ทุ่งเดิ่นเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ อยู่ในเขตพื้นที่ 7 หมู่บ้าน คือ บ้านก่อ บ้าบก บ้านไม้ค้าง บ้านธาตุ บ้านเดิ่น บ้านดอนกลาง และบ้านหนองสองห้อง ตำบลธาตุ และตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี) เป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ก่อนจะถึงเขตมหาวิทยาลัยอุบลราชธธานีในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 4 กิโลเมตร

ในปี พุทธศักราช 2519 ในขณะนั้นมี นายแพทย์กวี ทังสุบุตร  เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มาชี้แจงคณะกรรมการจังหวัดอุบลราชธานี และได้มาดูพื้นที่จัดตั้งวิทยาลัย 3 แห่ง คือ

แห่งแรก คือ ทุ่งเดิ่น พบว่าทางเข้าออกไม่ค่อยสะดวก ในหน้าฝนน้ำท่วม

แห่งที่สอง คือ พื้นที่บ้านศรีไค  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีในปัจจุบัน ขณะนั้น ถนนที่ออกมาจากอำเภอวารินชำราบเป็นถนนลูกรัง ไฟฟ้ายังมาไม่ถึง สภาพเป็นป่าทั้งหมด

แห่งที่สาม เป็นพื้นที่จากอำเภอเขื่องในมาติดต่อ คือ อยู่ลำเซบายข้ามสะพานไปจากจังหวัดอุบลราชธานีไปถึงอีกฝั่งด้านขวามือตรงข้ามกับทางเข้าหมู่บ้านท่าวารี ยาวตามแนวถนนไป 2 กิโลเมตร แล้วลึกเข้าไปประมาณกิโลเมตรกว่า ๆ ซึ่งแห่งที่สามนี้ น่าพอใจ เพราะ มีลักษณะเป็นเนิน ลำเซบายมีน้ำตลอดปี  มีถนนลาดยางแล้วและมีไฟฟ้า แต่อาจจะไกลจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี คือ ประมาณ 21-22 กิโลเมตร จึงคิดว่าที่ลำเซบายน่าจะเริ่มจัดตั้งได้เลย แต่มีเหตุให้ต้องยุติ  เนื่องจากมีภารกิจหลายอย่างภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ต้องดำเนินการแก้ไข จึงต้องยุติเรื่องการจัดตั้งวิทยาลัยอุบลราชธานีไว้ก่อน

อ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดีมหาวิทยลัยอุบลราชธานี.ประวัติการสร้างสานมหาวิทยาลัยอุบลราชานี.(2537). น.10-30

ผู้บริหารยุคก่อตั้งวิทยาลัยอุบลราชธานี สังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ปีงบประมาณ 2531 สํานักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณให้ดําเนินการตามแผนที่วางไว้ แม้จะไม่ได้เท่าที่เสนอขอจัดสรร ทําให้คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบให้จัดตั้งวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ดังที่ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 กันยายน พุทธศักราช 2530 ให้มีวิทยาลัยอุบลราชธานี สังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น และมีประกาศทบวงมหาวิทยาลัยแบ่งส่วนราชการของวิทยาลัยอุบลราชธานี ฯ ดังนี้ คือ

1. สํานักงานเลขานุการ

2. ภาควิชาเกษตรศาสตร์

3. ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล

4. ภาควิชาพื้นฐาน

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้แต่งตั้งให้ รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการวิทยาลัย โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์วรพงษ์ สุริยจันทราทอง เป็นหัวหน้าภาควิชาเกษตรศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรรณวไล อธิวาสน์พงศ์ เป็นหัวหน้าภาควิชาพื้นฐาน อาจารย์ชัยศิลป์ ชินพรเจริญพงศ์ เป็นหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล  และนายสาโรจน์ ศิริขจรพันธ์ ตำแหน่งเลขานุการวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรพงษ์ สุริยจันทราทอง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรรณวไล อธิวาสพงศ์

วิทยาลัยอุบลราชธานีเริ่มดําเนินงานตามวัตถุประสงค์นับแต่นั้นเป็นต้นมา โดยเริ่มรับนักศึกษารุ่นแรก 67 คน แบ่งเป็น นักศึกษาเกษตรศาสตร์ 38 คน และนักศึกษาวิศวกรรมเครื่องกลอีก 29 คน  โดยนักศึกษารุ่นที่ 1 นี้ ศึกษาที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จนเมื่อนักศึกษารุ่นนี้จะขึ้นชั้นเรียนปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2533

อ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.ประวัติการสร้างสานมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.(2537). น.17

หอพักนักศึกษา

ทำไม ? แต่เดิม มหาวิทยาลัยฯ ไม่มีนโยบายในการสร้างหอพักให้กับนักศึกษา

10 กุมภาพันธ์ 2538

จากบทสัมภาษณ์ รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พุทธศักราช 2536 โดย งานวิจัยสถาบัน กองแผนงาน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

24 ตุลาคม 2540

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่า มหาวิทยาลัยนี้ เดิมไม่มีนโยบายในการสร้างหอพักให้กับนักศึกษาเพื่อให้พักอยู่ในมหาวิทยาลัยทั้งหมด เราพยายามที่จะกระตุ้น หรือเชิญชวนเอกชนพยายามสร้างหอพัก เพื่อให้นักศึกษาได้พักอาศัย แต่ปรากฏว่าไม่เป็นผลสาเร็จเพราะว่าประชาชนที่อยู่รอบมหาวิทยาลัยก็ดีหรือว่าประชาชนที่อยู่ในเมืองก็ดี ไม่ได้มีหอพักให้นักศึกษาพอ หรือว่ามีคุณภาพที่ยอมรับได้ เพราะฉะนั้นนักศึกษาจึงลำบากในการที่จะพักอาศัยเพื่อมาศึกษาในมหาวิทยาลัยนี้ เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยเลยจำเป็นต้องเปลี่ยนนโยบาย คือต้องจัดสร้างหอพักขึ้นในมหาวิทยาลัยเอง แต่ว่าเราจะสร้างเพียง 30% ของนักศึกษาที่เรารับ ส่วนอีก 70 % เราประสงค์จะให้ไปอยู่กับประชาชนรอบ ๆ หรือในตัวเมือง ไม่ว่าจะเป็น เขตอำเภอวารินชำราบ หรือในเมืองอุบลราชธานี ที่เราตั้งใจอย่างนี้ก็เพราะเหตุว่า

ภาพโดย ฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษา
18 มิถุนายน 2540

เราอยากให้นักศึกษาได้สัมผัสกับท้องถิ่นให้มาก แล้วมีความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน ชาวเมืองก็รักใคร่เพราะว่าได้มีโอกาสสัมผัสกับคนของมหาวิทยาลัย ก็เกิดความเป็นเจ้าของของสถานศึกษาแห่งนี้เป็นที่สุด

 แล้วนอกจากนั้น เมื่อนักศึกษาไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ก็จำเป็นที่ต้องจ่ายเงินทองเพื่อเป็นค่าอยู่ค่ากิน ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกจิปาถะ เพราะฉะนั้นการเงินมันก็จะไปหมุนเวียนในระบบ ซึ่งจะมีประโยชน์มากกว่า แทนที่จะเอามาใช้แต่ในมหาวิทยาลัยฝ่ายเดียว นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง

ภาพโดย ฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษา
18 มิถุนายน 2540

มหาวิทยาลัยเองก็มีนโยบายที่จะให้นักศึกษาปี 1 ทั้งหมด ได้เข้าไปอยู่หอพักก่อน เมื่อมีที่เหลือจะให้นักศึกษาตั้งแต่ปี 2 ขึ้นไปสมัครเข้าอยู่ แล้วนักศึกษาจะเข้ามารับการทดสอบโดยวิธีการสัมภาษณ์จากอาจารย์ที่ตั้งขึ้นเป็นกรรมการ เพราะฉะนั้นการที่จะเข้าอยู่หอพักนั้นมาด้วยการคัดเลือกไม่ใช่มาด้วยการสมัครใจอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเราก็หวังว่า นักศึกษาที่จะเข้ามาอยู่ในหอพักนั้นจะเข้ามาอยู่แล้วก็เกิดการสร้างสรรค์ เพราะว่าต้องการให้หอพักเป็นสถานที่อยู่ ซึ่งนักศึกษาจะได้รับความสุขความสะดวกสบายพอสมควร และมีสิ่งแวดล้อมเหมาะสมแก่การศึกษาเล่าเรียนและเมื่อเอานักศึกษาปี 1 เข้ามาอยู่ร่วมกันนั้น ในแต่ละห้องเราต้องการให้มีนักศึกษาหลาย ๆ คณะ อยู่ร่วมกัน ความใกล้ชิดสนิทสนมกันระหว่างนักศึกษาต่างคณะ เมื่อเข้ามาอยู่ใหม่ ๆ นั้น มันใกล้ชิดกันได้ง่าย เพราะการใกล้ชิดกันของนักศึกษาต่างสาขา มันก่อให้เกิดประโยชน์เพราะว่าการที่จะเป็นบัณฑิตต่อไปข้างหน้านั้น มันจะต้องร่วมมือกันสาหรับผู้ที่อยู่ในสาขาวิชาที่ต่าง ๆ กัน หลายสาขา และมันจะเกิดประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติงานร่วมกัน

“เราต้องการเห็นนักศึกษาที่อยู่ในคณะที่ต่าง ๆ กันเหล่านี้ ได้มีโอกาสใกล้ชิดกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ปัญหาต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยก็คงลดน้อยไปได้บ้าง ส่วนนักศึกษาปีสูง ๆ เมื่อได้คัดเลือกให้เข้ามา เราเชื่อว่านักศึกษาเหล่านี้จะเป็นผู้ที่มี ความคิดสร้างสรรค์ในการที่จะร่วมกันทำงานให้เกิดประโยชน์ แก่มหาวิทยาลัยหรือส่วนร่วมในมหาวิทยาลัยในที่สุด”

อาคารอเนกประสงค์ วิทยาลัยอุบลราชธานี

                    ปีงบประมาณ  2531 วิทยาลัยอุบลราชธานี   ได้รับจัดสรรงบประมาณ จำนวน 16,263,600 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จ่ายเป็นค่าก่อสร้างอาคารเรียนและการก่อสร้างสาธารณูปโภค สิ่งก่อสร้างที่จัดสร้าง ในปี 2531 ได้แก่ อาคารอเนกประสงค์ อาคารฝึกงานวิศวกรรมเครื่องกล (อาคาร EN1) และ เรือนเพาะชำ  

โดยในวันที่ 18 มกราคม พุทธศักราช 2533 เวลา 09.39 น. นายทวิช กลิ่นประทุม รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารอเนกประสงค์ วิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมี รศ.นพ.นพดล ทองโสภิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้กล่าวรายงาน

           อาคารอเนกประสงค์สร้างเสร็จเดือนเมษายน พุทธศักราช 2534